Khon Thailand's High Art of Dance-Drama

ทำความรู้จัก โขน นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย

โขน เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่รวมของศิลปะหลายแขนง และเป็นเอกลักษณ์ที่ มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามหลักฐานจากจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวถึงการเล่นโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทางเข้ากับเสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ ผู้เต้นสวมหน้ากากและถืออาวุธ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับนาฏศิลป์แขนงนี้กันเพิ่มเติม 

โขน

โขน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ ซึ่งไม่เรียกการแสดงเหล่านี้ว่าละครแต่เรียกว่าโขนแทน ซึ่งโขนเป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงเช่น วรรณกรรม วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์ โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัวบางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าทางการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำ ท่าเต้นเช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะการพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง

ประเภทของโขน

  1. โขนกลางแปลง

เป็นการแสดงโขนบนพื้นดินกลางสนามหญ้า นิยมแสดงกลางแจ้ง ไม่มีเวที เชื่อว่าในรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้จัดให้มีการแสดงโขนกลางแปลงขึ้นเนื่องในงานฉลองพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมชนกาธิราช และมีการสันนิฐานว่า โขนกลางแปลงคงจะมีแต่การยกทัพและการรบกันเป็นพื้น พลงดนตรีก็มีแต่เพลงหน้าพาทย์ และมีบทพาทย์เจรจาเท่านั้นไม่มีการขับร้อง

  1. โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว  

เป็นการแสดงบนโรงมีหลังคา ไม่มีเตียงสำหรับตัวโขนนั่ง แต่มีราวพาดตามส่วนยาวของโรงตรงหน้าฉาก (ม่าน)  มีช่องทางให้ผู้แสดงเดินได้รอบราวแทนเตียง มีการพากย์และเจรจา แต่ไม่มีการร้อง  ปี่พาทย์บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ มีปี่พาทย์ ๒ วง เพราะต้องบรรเลงมาก ตั้งหัวโรงท้ายโรง จึงเรียกว่าวงหัวและวงท้าย หรือวงซ้ายและวงขวา

  1. โขนโรงใน 

โขนที่นำศิลปะของละครในเข้ามาผสม  โขนโรงในมีปี่พาทย์บรรเลง ๒ วงผลัดกัน  การ แสดงก็มีทั้งออกท่ารำเต้น ทีพากย์และเจรจาตามแบบโขน กับนำเพลงขับร้องและเพลงประกอบกิริยาอาการ ของดนตรีแบบละครใน และมีการนำระบำรำฟ้อนผสมเข้าด้วย

  1. โขนหน้าจอ

โขนที่แสดงตรงหน้าจอ ซึ่งแต่เดิมขึงไว้สำหรับแสดงหนังใหญ่ ทำด้วยผ้าโปร่งสีขาวสองข้างทั้งซ้ายและขวาเจาะช่องทำเป็นประตูสำหรับผู้แสดงเข้าออก ต่อจากประตูออกไปทางขวาของเวทีเขียนเป็นภาพพลับพลาของพระราม ทางด้านซ้ายของเวทีเป็นภาพปราสาทราชวัง สมมุติเป็นกรุงลงกาหรือเมืองยักษ์ปี่พาทย์ประกอบการแสดงใช้ปี่พาทย์เครื่องใหญ่ หรือเครื่องคู่ มีพากย์เจรจาและขับร้อง

  1. โขนฉาก  

เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อมีผู้คิดสร้างฉากประกอบเรื่องเมื่อแสดงโขนบนเวที คล้ายกับละครดึกดำบรรพ์ ส่วนวิธีแสดงดำเนินเช่นเดียวกับโขนโรงใน แต่มีการแบ่งเป็นชุดเป็นตอน เป็นฉาก และจัดฉากประกอบตามท้องเรื่อง

Get to Know Lanna Art

ทำความรู้จักศิลปะล้านนา

เมื่อเอ่ยถึงความเป็นล้านนา หลายคนก็คงนึกภาพความอ่อนช้อย งดงาม และอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งศิลปะวัฒนธรรมล้านนานั้นเราจะพบได้บริเวณจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย วันนี้เรามารู้จักกับศิลปะล้านนาเพิ่มเติมก่อนดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง

ศิลปะล้านนาคืออะไร

ศิลปะล้านนา หรือ ศิลปะเชียงแสน หมายถึง ศิลปะในเขตภาคเหนือทางตอนบนหรือดินแดนล้านนาของประเทศไทยในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19–24 คาดว่ามีการสืบทอดต่อเนื่องจากศิลปะทวารวดีและศิลปะลพบุรีมาตั้งแต่สมัยหริภุญชัย ศูนย์กลางของศิลปะล้านนาเดิมอยู่ที่เชียงแสน เรียกว่าอาณาจักรโยนก ต่อมาเมื่อพญามังรายได้ย้ายมาสร้างเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนาอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ งานศิลปะล้านนามีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะนิกายเถรวาท รูปแบบศิลปะล้านนา มีดังนี้ 

  1. สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมล้านนาในช่วงยุคทองมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับการเผย แพร่พุทธศาสนาลังกาวงส์ หรือ นิกายรามัญ ได้แรงบันดาลใจทั้งจากงานสถาปัตยกรรมในยุคก่อน อิทธิพลจากสถาปัตยกรรมภายนอกดังเช่นสุโขทัย พม่าสมัยพุกาม เป็นต้น เจดีย์ที่สืบทอดรูปแบบในช่วงก่อน ตัวอย่างเช่น เจดีย์วัดพญาวัด เมืองน่าน คงสืบทอดรูปแบบเจดีย์ทรงปราสาทแบบเจดีย์กู่กุดและกู่คำ นอกจากนั้นยังพบกลุ่มเจดีย์ทรงระฆังที่เริ่มปรับรูปแบบจากผังกลมไปเป็นผัง หลายเหลี่ยม นั่นเอง 

  1. จิตรกรรม

จิตรกรรมในศิลปะล้านนาพบงานเขียนบนผืนผ้าหรือ พระบฏ เพื่อแขวนไว้ในอาคาร พระบฏที่เก่าที่สุดพบจากกรุวัดเจดีย์สูง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนจิตรกรรมบนผนังอาคารเก่าที่สุด คือภาพอดีตพุทธในกรุเจดีย์วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ บ้างว่าเก่าที่สุดอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนบนไม้ 

  1. ประติมากรรม

ลักษณะสำคัญของพระพุทธรูป ศิลปะล้านนา ซึ่งมักเรียกว่า พระพุทธรูปสิงห์แบบเชียงแสน แบ่งออกเป็น พระพุทธรูปสิงห์ 1 มีลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิเพชร เห็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง พระพักตร์กลม อมยิ้ม ขมวดพระเกศาใหญ่ รัศมีดอกบัวตูม พระวรกายอวบอ้วน ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน พระพุทธรูปสิงห์ 2 มีลักษณะประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาเล็ก รัศมีเป็นเปลว พระวรกายบอบบาง พระอังสาใหญ่ เอวเล็ก ชายสังฆาฏิ เส้นเล็กยาวมาจนถึงพระนาภีได้รับอิทธิพลสุโขทัย

แหล่งชมศิลปะล้านนาในประเทศไทย

  1. วัดป่าดาราภิรมย์ ต.ริมใต้. อแม่ริม. จเชียงใหม่

พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่อำแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่สงบ เป็นสปายะในการบำเพ็ญกรรมฐาน และมีพระสงฆ์ได้เข้ามาบำเพ็ญกรรมฐาน ณ ที่แห่งนี้ เมื่อชาวบ้านในละแวกเห็นแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้ร่วมกันสร้างเสนาสนะต่างๆ เพื่อให้คณะสงฆ์ได้ใช้ในกิจการสงฆ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 เจ้าหญิงลดาคำ ณ เชียงใหม่ ทายาทของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ได้ถวายที่ดินดังกล่าวซึ่งอยู่ในเขตพระราชฐานพระตำหนักเจ้าดารารัศมีให้แก่วัด

  1. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ตั้งอยู่ใน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง สิ่งที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์เล็กๆ สีขาว ที่ถูกสร้างขึ้นบนยอดภูเขา ถ้ามองจากระยะไกลจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมาก เพราะวัดแห่งนี่จะถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่  ซึ่งวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์แห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทอีกด้วย

Realistic drawing techniques

เทคนิคการวาดภาพเสมือนจริง

การวาดภาพเสมือนจริง นั้นต้องมีการเรียนรู้ในเรื่องของทฤษฎี รวมถึงมีการใช้ทักษะและความชำนาญเฉพาะตัว  ต่อให้เป็นศิลปิน จิตรกรหรือผู้รับวาดภาพเหมือนที่สร้างสรรค์งานศิลปะมานาน ก็ใช่ว่าจะวาดภาพเหมือนให้เหมือนจริงได้แบบเป๊ะๆ ทุกคน ดังนั้น ศิลปิน จิตรกรหรือผู้รับวาดภาพเหมือนที่สามารถวาดภาพได้เหมือนจริง จึงต้องเป็นผู้ที่มีทั้งทักษะและความชำนาญมากเป็นพิเศษ นั่นเท่ากับคุณจะต้องมีประสบการณ์ และต้องฝึกฝนการวาดภาพเสมือนจริงอยู่เสมอนั่นเอง ดังนั้นวันนี้เรามาดูเทคนิคง่ายๆ ช่วยฝึกวาดภาพเสมือนจริงกันเลย

  1. ศึกษาเรื่องรูปทรงเรขาคณิต

หลายคนอาจจะไม่เข้าใจในเรื่งนีว่าการภาพเสมือนจริงจะใช้รูปทรงเรขาคณิตได้จริงๆ หรือ แต่จริงๆ แล้วการดูหน้าคนและแปลงชิ้นส่วนต่างๆให้ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตจะสามารถเข้าใจได้ง่ายมากกว่า และตอนร่างจะทำให้ได้สัดส่วนสมดุล เหมือนถอดออกแบบมาจากใบหน้าจริงๆ เลยทีเดียว ทั้งยังเป็นการฝึกให้คุณมือนิ่งมากๆ ได้ 

  1. วาด หู ตา จมูก ปาก ซ้ำไปซ้ำมา

เทคนิคเริ่มต้นก็คือการลองวาดส่วนต่างๆ แยกออกมาซ้ำๆ ซึ่งรูปทรงของเหล่านี้ในแต่ล่ะคนก็มีความแตกต่างกันไป ควรวาดแต่ล่ะรูปทรงให้มีความเข้าใจและความชำนาญเสียก่อน แล้วจะทำให้คุณเก่งและมีทักษะในการวาดเพิ่มมากขึ้น

  1. หัดวาดหุ่นเหลี่ยม

หุ่นเหลี่ยมเป็นหุ่นที่ใช้แสดงโครงสร้างหน้าคนในรูปแบบเรขาคณิต ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้าใจในความสัมพันธ์ของส่วนสัดต่างๆของใบหน้าได้ ให้เริ่มหัดวาดหุ่นนี้ก่อน การวาดหุ่นนี้ไม่ใช่แค่วาดแล้วก็จบๆไป แต่เราต้องทำความเข้าใจกับมันด้วย ว่าอะไรอยู่ตรงไหนและความเชื่อมโยงของแต่ละสัดส่วนจะทำให้วาดได้ง่ายขึ้น

  1. มาเริ่มวาดหน้าคนจริงๆ กันเลย

เมื่อเรามีเทคนิค ทักษะพื้นฐานแล้วก็ถึงคราวที่ลงมือวาดหน้าคนจริงๆ โดยเราอาจจะเลือกจากความชื่นชอบหรือคนที่ใบหน้าดูวาดได้ง่ายๆ มีโครงการที่สมส่วนไม่หวือหวาอะไร หรือจะเลือกเป็นดาราศิลปิน คนที่เรารักก็ได้ ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา แถมยังทำให้ขยันเพิ่มได้ด้วย 

การวาดภาพเหมือนนั้นหลายคนต่างก็พูดว่าไม่มีทางลัด ไม่ว่าเราจะวาดตามหลักการถูกต้องทุกประการแล้วก็ยังคงออกมาไม่สวย หรือได้รับความพึงพอใจ เพราะความยากของการวาดภาพเหมือนคือการมองดูลายละเอียดขอความเป็นจริง ที่ทำให้ยากต่อการวาดภาพ ซึ่งวิธีที่จะทำให้การวาดภาพเหมือนขเงเรานั้นง่าย และดูดีคือการฝึกทักษะ และฝึกฝนอยู่เป้นประจำในทุกๆ วัน เพื่อให้เดิดความชำนาญก็จะเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยให้วาดภาพเหมือนได้สวยงามและสมจริงมากยิ่งขึ้น

Types of Thai Performing Arts

ประเภทของนาฏศิลป์ไทย

นาฏศิลป์ไทย เป็นศิลปะการแสดงประกอบดนตรี เช่น ฟ้อน รำ ระบำโขนหรือความรู้แบบแผนของการฟ้อนรำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความเชื่อ นิสัยใจคอของคนในท้องถิ่นไทย หรือเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความประณีตงดงาม เพื่อให้ความบันเทิง อันโน้มน้าวอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชมให้คล้อยตามโดยอาศัยการบรรเลงดนตรี และการขับร้องเข้าร่วมด้วย ซึ่งนาฏศิล์ปไทยนั้นจะแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทย และเป็นแหล่งรวมของศิลปะแขนงต่างๆ ที่บอกเลยว่างดงาม และตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่ได้รับชม วันนี้เราจะมาพูดถึงประเภทของนาฏศิลป์ไทยที่หลายคนยังไม่รู้ 

ประเภทของนาฏศิลป์ไทย

  1. โขน

เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์ คือ ผู้แสดงจะต้องสวมหัวที่เรียกว่า หัวโขน และใช้ลีลาท่าทางการแสดงด้วยการเต้นไปตามบทพากย์ การเจรจาของผู้พากย์และตามทำนองเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ เรื่องที่นิยมนำมาแสดง คือ พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ แต่งการเลียนแบบเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ที่เป็นเครื่องต้น เรียกว่าการแต่งกายแบบ “ยื่นเครื่อง” มีจารีตขั้นตอนการแสดงที่เป็นแบบแผน นิยมจัดแสดงเฉพาะพิธีสำคัญได้แก่ งานพระราชพิธีต่าง ๆ

  1. ละคร

เป็นศิลปะการร่ายรำที่เล่นเป็นเรื่องราว มีพัฒนาการมาจากการเล่านิทาน ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ในการแสดงและการดำเนินเรื่องด้วยกระบวนลีลาท่ารำ เข้าบทร้อง ทำนองเพลงและเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ มีแบบแผนการเล่นที่เป็นทั้งของชาวบ้านและของหลวงที่เรียกว่า ละครโนราชาตรี ละครนอก ละครใน เรื่องที่นิยมนำมาแสดงคือ พระสุธน สังข์ทอง คาวี อิเหนา อุณรุท นอกจากนี้ยังมีละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม่อีกหลายชนิด การแต่งกายของละครจะเลียนแบบเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ เรียกว่า การแต่งการแบบยืนเครื่อง นิยมเล่นในงานพิธีสำคัญและงานพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก 

  1. รำ และ ระบำ

เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำประกอบเพลงดนตรีและบทขับร้อง โดยไม่เล่นเป็นเรื่องราว ในที่นี้หมายถึงรำและระบำที่มีลักษณะเป็นการแสดงแบบมาตรฐาน 

  • รำ เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้แสดงตั้งแต่ 1-2 คน มีลักษณะการแต่งกายตามรูปแบบของการแสดง ไม่เล่นเป็นเรื่องราวอาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้ากับทำนองเพลงดนตรี มีกระบวนท่ารำที่เป็นไปตามบทบาทของแต่ละตัวละคร
  • ระบำ ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้เล่นตังแต่ ๒ คนขึ้นไป มีลักษณะการแต่งการคล้ายคลึงกัน กระบวนท่ารายรำคล้าคลึงกัน ไม่เล่นเป็นเรื่องราว อาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้าทำนองเพลงดนตรี ซึ่งระบำแบบมาตรฐานมักบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ การแต่งการนิยมแต่งกายยืนเครื่องพระนาง-หรือแต่งแบบนางในราชสำนัก
  1. การแสดงพื้นเมือง

เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีทั้งรำ ระบำ หรือการละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชนตามวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค ที่ในประเทศไทยเราจะแบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหลือ กลาง อิสาน และใต้ ซึ่งจะมีบทบาท และลักษณะการแสดง รวมถึงการแต่งกายที่แตกต่างกันไปตามขนมธรรมเนียม สังคม และวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น 

Benefits of Drawing

ประโยชน์จากการวาดภาพ

พวกเราทุกคนต่างก็เคยผ่านการเรียนศิลปะมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ จริงๆ แล้ว การวาดรูปนั้นมีประโยชน์มากกว่าการวาดเขียน และความเพลิดเพลินโดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่เป็นวัยเรียนรู้ วันนี้เราจะพาไปดูถึงประโยชน์ของการวาดภาพกับเด็กๆ กันเลยดีกว่า

  1. เสริมสร้างจินตนาการ

การวาดรูปเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับลูกๆ เป็นอย่างดี การวาดภาพหรือระบายสี เป็นกิจกรรมที่เด็กแสดงออกอย่างอิสระ ส่งเสริมเด็กให้แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งเด็กยังสามารถมองภาพศิลปะรอบตัวให้เข้าใจง่ายตามช่วงวัยของเค้าอีกด้วย

  1. ฝึกสมาธิ

การวาดภาพนั้นนอกจากจะออกมาจากจินตนาการแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ฝึกสมาธิอีกด้วย พราะการวาดภาพ ภาพนึงให้สำเร็จนั้นเราต้องใช้สมาธิ และการใช้สมาธิในการวาดภาพจะทำให้เราเป็นคนอารมณ์ เย็นลง และแน่วแน่ นิ่งมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเหมาะมากๆ กับเด็กๆ เพราะจะเป็นการฝึกสมาธิพร้อมกับความสนุก 

  1. ฝึกความรับผิดชอบ

การเล่นระบายสี เป็นกิจกรรมที่มีหลายขั้นตอน เริ่มจากการเตรียมกระดาษ เตรียมสมุดภาพ หรือต้องวาดภาพตามเส้นปะให้เรียบร้อยก่อน การเตรียมสี การเลือกสี และการระบายสี เมื่อทำกิจกรรมแล้ว  เด็กต้องจัดเก็บอุปกรณ์ของเล่นให้เข้าที่ เป็นการฝึกความมีระเบียบวินัยและทำให้เด็กมีความรับผิดชอบ

  1. ฝึกฝนการใช้นิ้วมือ และฝ่ามือ

การวาดภาพนั้นช่วยในเรื่องของสุขภาพ มือ และนิ้วของเรา เพราะการวาดภาพจากจินตนาการมือและนิ้วของเรา จะไปตามจินตนาการซึ่งไม่เกิดการเกร็งเหมือนเราเขียนหนังสือ ความรู้สึกจะต่างกันมาก และการวาดภาพนั้น ทำให้มือของเรานิ่งขึ้นอีกด้วย

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เด็กๆ มักจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน บางบางคนที่มีพฤติกรรมเอาแต่ใจ การวาดภาพระบายสีทำให้เด็กได้ผ่อนคลาย และลดความกดดันทางอารมณ์ ทำให้อารมณ์ดีและเป็นเด็กอารมณ์เย็นรู้จักการระงับอารมณ์ และยับยั้งชั่งใจได้ ไม่นำเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้งในการแก้ปัญหาต่างๆ

  1. ช่วยรักษาสุขภาพจิตใจ

กรวาดภาพสามารถช่วยรักษาสภาพจิตใจให้ดีขึ้น เนื่องจากการใช้จินตนาการ คือการที่เราได้คิด ได้อ่าน ได้ทำ ตามใจตนเอง ซึ่งในเรื่องด้านจิตใจย่อมคือผลดีอยู่แล้ว  การวาดภาพยังสามารถช่วยฟื้นฟูความทรงจำ และฟื้นฟูจินตนาการ จิตใจ ได้อีกด้วย

และนี่ก็เป็นประโยชน์ของการวาดภาพที่ใครๆ ก็คงจะนึกไม่ถึง นอกจากวัยเด็กที่จะได้รับประโยชน์จากการวาดภาพแล้วนั้น ผู้ใหญ่เองก็สามารถให้รับสิ่งเหล่านี้ในขณะที่วาดภาพ โดยเฉพาะความจะโลงใจ การวาดภาพตามจินตนาการจะทำให้เราปล่อยใจและปล่อยวางมากยิ่งขึ้น จะช่วยบำบัดจิตใจได้ไม่น้อยเลยล่ะ 

มือถือ Infinix

โทรศัพท์มือถือ Infinix รุ่นไหนดี

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันสมาร์ทโฟนนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่แทบจะทุกคนจะต้องมี สมาร์ทโฟนมีฟังก์ชันหลายอย่าง เช่น โทรศัพท์, กล้องถ่ายภาพ, วิดีโอคอล, การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต, การส่งข้อความ และการติดตั้งแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำงานหรือใช้บริการต่าง ๆ ได้ตามต้องการของผู้ใช้งาน สมาร์ทโฟนเป็นสื่อการติดต่อสำคัญในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนาและอัพเกรดเป็นระยะ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและสภาพการแข่งขันในตลาดไอที วันนี้จะขอมาพูดถึง มือถือ Infinix เป็นแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

Infinix Note 12 Pro

เป็นมือถือ Infinix รุ่นท็อป ที่จัดเต็มรายละเอียดการใช้งานส่วนต่าง ๆ มาให้อย่างคุ้มค่า เมื่อเทียบกันกับระดับราคาที่ทางแบรนด์ออกวางจำหน่ายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานชิปประมวลผลข้อมูล ที่สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การมาพร้อม Ram ขนาดใหญ่ 8 GB ที่ทำให้ตัวเครื่องมีพื้นที่มากมาย ในการจัดการกับข้อมูล นอกจากนี้ตัวเครื่องก็ยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย ภายใต้ความเร็วสูงสุดระดับ 5G ได้อีกด้วย

Infinix Note 10 

ถือเป็นรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานไม่หนักได้อย่างไหลลื่นก็ว่าได้ เมื่อทางแบรนด์ได้ใช้ชิพ Helio G85 พร้อมกับแรมถึง 6GB และความจุถึง 128GB ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานที่ไม่หนักเป็นเวลานานได้เลย ส่วนกล้องหลักสามตัวที่ใช้เลนส์ความละเอียดที่ 48 MP + 2 MP + 2 MP ก็สามารถจับภาพออกมาได้สวยงามแล้ว 

Infinix Smart 5

มือถือ Infinix  ราคาประหยัด ที่มาดีไซน์ที่ทันสมัย แสดงผลด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.6 นิ้ว ช่วยมอบภาพที่คมชัด สวยงาม ตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกม ดูหนัง และการใช้งานทั่วไป ทำงานบน XOS 6.2 พื้นฐาน Android 10 ที่มีความสวยงาม ลื่นไหล และใช้งานง่าย มีกล้องหน้าให้มา 8MP พร้อมไฟแฟลช ช่วยให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัด แม้ถ่ายในที่มืด ส่วนกล้องหลังแบบ Triple Camera ความละเอียด 8MP+QVGA+QVGA และไฟแฟลช พร้อมเทคโนโลยีถ่ายภาพอัจฉริยะอีกมากมาย

Infinix Note 12

จัดว่ามีความคุ้มค่าเป็นอย่างมากในทุกด้านของการใช้งาน ด้วยรายละเอียดการใช้งานโดยรวมต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่ถูกติดตั้งมาให้ ในระดับสูง และเรียกได้ว่ามีความคุ้มค่าเกินราคา ที่ทางแบรนด์ได้ทำการออกวางจำหน่ายสินค้า เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการประมวลผลข้อมูล หรือแม้แต่การใช้งานด้านการถ่ายภาพ ดังนั้น จึงเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสมและลงตัว สำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ และไลฟ์สไตล์ การใช้งานสมาร์ทโฟนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

มือถือ Infinix ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้งานโทรศัพท์หรือคนที่อาจจะมีงบในการซื้อที่น้อยนั่นเอง บอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน และสามารถหาซ้อได้ง่ายที่ LAZADA 

Temples with mural paintings

ปักหมุดวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังสวยๆ

จิตรกรรมฝาผนังเป็น ภาพเขียนหลายชนิดที่เขียนบนปูนบนผนังหรือเพดาน เทคนิคที่นิยมกัน คือ การวาดภาพบนผนังปูนปลาสเตอร์เปียก ซึง่ในบ้านเรามักจะพบกับจิตรกรรมฝาผนังบริเวณผนังวัดต่างๆ ซึง่สวยงามอย่างมาก วันนี้เราจะมาแปะพิกัดวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมาฝากกันเลย

  1. วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร

หรือชื่อเดิมว่าวัดสมอราย เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาทั้งยังเคยเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 2 เมื่อครั้งทรงผนวชและรัชกาลที่ 4 ในส่วนของจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถถือว่าเป็นไฮไลต์ โดยภาพทั้งหมดมาจากภาพต้นแบบที่ “สมเด็จครู” ร่างขึ้นก่อนจะส่งต่องานให้ช่างชาวอิตาลี คาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli) เป็นผู้วาดโดยใช้เทคนิคเขียนสีบนปูนเปียก เล่าเรื่องชาดก 13 กัณฑ์ แตกต่างจากวัดอื่น ๆ ในยุคเดียวกันด้วยการเขียนคนอย่างสมจริงอย่างที่นิยมในศิลปะตะวันตกนั่นเอง

  1. วัดภูมินทร์

ขึ้นเหนือกันไปที่จังหวัดน่านที่วัดภูมินทร์ กับภาพกระซิบรักบรรลือโลกจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัดน่านกันไปเลย เป็นภาพบุคคลขนาดใหญ่ริมประตูด้านทิศตะวันออก ชายหนุ่มเปลือยอกเห็นรอยสักดำตั้งแต่สะดือมาจนถึงโคนขา สมดังคำเรียก ลาวพุงดำ ที่หนุ่มไหนไม่กล้าสักแสดงความกล้าหาญ หญิงสาวมักไม่ชายตามองทำท่าเกาะไหล่กระซิบกับหญิงสาวที่นุ่งซิ่นลุนตยา สวมเสื้อคลุมแบบพม่า การเกาะไหล่แบบนี้ในสมัยก่อนบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระดับสามีภรรยา ทั้งแววตา สีหน้า ท่าทางอากัปกิริยาของทั้งคู่ก็แสดงถึงความรักความผูกพันกัน

  1. พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ สถานที่ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่เมืองที่มีเพียง 3 องค์เท่านั้นในประเทศไทย อีกสิ่งที่โดดเด่นในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ คืองานจิตรกรรมเต็มฝาผนังทั้ง 4 ด้าน เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เกี่ยวกับพุทธประวัติ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของผู้คนในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งภาพเทพชุมนุม และภาพตอนพระพุทธเจ้าชนะมาร มีพระแม่ธรณีบีบมวยผมมีเหล่าสัตว์ต่าง ๆ กำลังสู้รบกันอยู่ในภาพ ซึ่งรวมถึงเหล่าสัตว์หิมพานต์ด้วย

  1. วัดพระแก้ว

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่รู้จักกันในนาม วัดพระแก้ว ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมงานศิลปะวังหลวงในดีไซน์ของกรุงรัตนโกสินทร์แทบจะทุกสาขา และสำหรับผู้ที่สนใจงานจิตรกรรมฝาผนัง ที่วัดพระแก้วแห่งนี้โดดเด่นด้วยเนื้อหาของรามเกียรติ์ที่วาดเต็มผนังตลอดระเบียงคด และสำหรับรามเกียรติ์บนระเบียงคดวัดพระแก้วนั้นได้รับการยกย่องให้เป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลก แบ่งการเขียนภาพออกเป็นห้อง ๆ ทั้งหมด 178 ห้องเลยทีเดียว 

Ayutthaya Historical Sites

พาชมศิลปะจากเมืองเก่าผ่านโบราณสถานอยุธยา

กรุงศรีอยุธยา หรือ อาณาจักรอยุธยา เป็นอาณาจักรของชนชาติไทยสยาม (ไทยภาคกลาง) ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วง พ.ศ. 1894 ถึง พ.ศ. 2310 มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจหรือราชธานี ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ จนถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติ  ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเคยสามารถขยายอาณาเขตประเทศราชถึงรัฐชานของพม่า อาณาจักรล้านนา มณฑลยูนนาน อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรขอม และคาบสมุทรมลายูในปัจจุบัน ทำให้พื้นที่ของอยุธยามีศิลปะที่ผสมผสานจากวัฒนธรรมอื่นๆ มากมาย ที่ยังคงปรากฏให้เราเห็นผ่านโบราณสถานในทุกวันนี้ วันนี้จะพาไปชมศิลปะจากเมืองเก่าอยุธยากันเลย

  1. เจดีย์ภูเขาทอง

เจดีย์ภูเขาทองตั้งอยู่ที่ทุ่งภูเขาทอง ซึ่งในอดีตเคยเป็นสมรภูมิรบ ซึ่งสัญนิษฐานว่าพระเจ้าบุเรงนอง แห่งกรุงหงสาวดีเป็นผู้สร้างเจดีน์นี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์หลังจากยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ ซึ่งแด่เดิมจะเป็นศิลปะแบบมอญ แล่ต่อมามีการเปลี่ยนรูปจากเดีย์มอญเป็นรูปแจดีย์ย่อไม้สิบสอง 

  1. สะพานเทพหมี อารยสถาปัตย์แห่งสะพานยุคโบราณ

สะพานเทพหมี หรือ สะพานเทษมี สะพานวานร หรือสะพานอิฐบ้านแขกใหญ่ ใช้สำหรับสัญจรข้ามคลองประตูเทษหมี ก่อด้วยอิฐ มีสถาปัตยกรรมทรงโค้งแบบ True Arch ต่อกันเป็นรูปกลีบบัวคั่นด้วย Key Stone อิฐสี่เหลี่ยมคางหมู ซุ้มโค้งนั้นเป็นช่องให้เรือผ่านได้ 3 ช่อง อาจได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมอินโด-อิหร่าน ที่นิยมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

  1. วัดมหาธาตุ

ป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างมากในช่วงกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุและเป็นศูนย์กลางเมืองในการจัดพระราชพิธีต่าง ๆ ซึ่งวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากเศียรพระพุทธรูปหน้าวิหารเล็ก ที่ปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ ทำให้ใครต่อใครเห็นรู้สึกตะลึงและต้องมาเยือนสักครั้งให้เห็นกับตาตัวเอง

  1. วัดสิงหาราม

วัดสิงหาราม ซึ่งหลงเหลือเจดีย์ประธานทรงระฆังกลม 2 องค์ ซึ่งไม่ค่อยพบ จึงสันนิษฐานว่า องค์ที่ 3 อาจพังทลายไปแล้ว และมีพระวิหารทางด้านทิศตะวันออกวัดเก่าแก่แห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างมาแล้วอย่างน้อยในสมัยอยุธยาตอนกลางก่อนการสร้างวัดบรมพุทธาราม และมีการปฏิสังขรณ์ครั้งหนึ่งในสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยพบหลักฐานการนำเอาเศษเครื่องถ้วยจีนมาประดับร่วมกับลายปูนปั้นบริเวณซุ้มประตูทางด้านหน้าของวิหาร ซึ่งเป็นลักษณะงานศิลปกรรมที่พบในโบราณสถานบางแห่งที่ปฏิสังขรณ์ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

  1. วัดราชบูรณะ

สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ราชวงศ์สุพรรณภูมิ มีฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยอยุธยา ซึ่งเป็นวัดที่โด่งดังและมีชื่อเสียงจากการลักลอบขุดกรุพระเครื่องในองค์พระปรางค์ ใครที่ความสนใจในด้านประวิติศาสตร์ สามารถเข้ามาชมภาพจิตรกรรมฝาฝนังสมัยอยุธยาตอนต้นที่อยู่ภายในกรุได้ด้วย

Museums around Rattanakosin Island

พิพิธภัณฑ์รอบเกาะรัตนโกสินทร์

เกาะรัตนโกสินทร์ เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนฝั่งตะวันออกติดกับคลองหลายสาย แต่เดิมเป็นที่อยู่ของชาวจีนในสมัยกรุงธนบุรี เกาะนี้เป็นที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังกับศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร และสถานที่อื่นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งแน่นอนว่าบริเวณนี้จะต้องมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์อยู่เสมอ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านพิพิธภัณฑ์รอบเกาะรัตนโกสินทร์กันเลย

  1. มิวเซียมสยาม

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่ของพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นต้นแบบของแหล่งเร­ียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ โดยตัวอาคารมีทั้งหมด 3 ชั้น แบ่งเป็น 17 โซนเช่น ไทยแท้, เมืองไทยวันนี้, กำเนิดสยามประเทศ ซึ่งแต่ละโซนจะให้ความรู้และเพลิดเพลินไปด้วย ใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ไทยต้องไปชม

  1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่ามากๆ อีกทั้งประวัติศาสตร์ของพื้นที่แห่งนี้ก็น่าสนใจ โดยแต่เดิมนั้นบริเวณนี้เคยเป็น “วังหน้า” หรือ “พระราชวังบวรสถานมงคล” ที่ประทับของวังหน้า หรือมหาอุปราช แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ได้ใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย 

  1. พิพิธบางลำพู

พิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้เราย้อนรำลึกถึงบางลำพูในอดีต ที่ปัจจุบันคือบริเวณป้อมพระสุเมรุ โดยจะประกอบไปด้วยตึกปูน 2 ชั้น และอาคารไม้ 1 หลังที่จะพาเราย้อนไปสู่บางลำพูตามห้องจัดแสดงต่างๆ อย่างเช่น สีสันบางลำพู, พระนครเซ็นเตอร์ หรือบางลำพูรำลึก 

  1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์เจ้าฟ้า

ห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรของที่นี่นั้นมีผลงานชิ้นสำคัญหลายชิ้นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน พระบรมสาทิสลักษณ์ของกษัตริย์ที่วาดโดยจิตกรชาวต่างประเทศ จิตรกรรมพุทธศาสนาวาดบนผืนผ้า หรือที่เรียกว่าพระบฎ อีกทั้งยังมีผลงานภาพวาดและประติมากรรมของศิลปินแห่งชาติ และศิลปินผู้มีชื่อเสียงของไทยอีกหลายท่านด้วยกัน

  1. พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์

อาจจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จะสร้างความน่ากลัวให้กับผู้เข้าชม เพราะที่นี่คือเรือนจำคลองเปรม ที่รวบรวมการกังขัง ลงทัณฑ์ และประหารชีวิตแบบโบราณไว้ โดยแบ่งแยกเป็น 3 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องก็มีความน่ากลัวแตกต่างกันไป นอกจากตึกนี้ยังมี แดน9 เรือนนอนของนักโทษ ที่ยังคงสภาพเดิมไว้ ให้เราได้ดูกันอีกด้วย

  1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี

หลายคนคงเคยได้ยินกระบวนพยุหยาตราชลมารคมาบ้าง ที่นี่เป็นโรงเก็บเรือในพระราชพิธี และเปิดให้เข้าชมเรือพระที่นั่งทั้ง 9 ลำอย่างใกล้ชิด! อีกทั้งยังจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ สิ่งของเครื่องใช้ประกอบพิธี รวมถึงประวัติของเรือต่างๆให้ได้ศึกษาอีกด้วย

Thai Pride Through Art

ภาคภูมิความเป็นไทยจากศิลปะ

ศิลปะไทยนั้นเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งไทยเราก็ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอื่นๆ มาช้านาน  และได้พัฒนาสืบเนื่องผสมกับความเชื่อท้องถิ่นจนกลายเป็นศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ราว พ.ศ. 300 จนถึง พ.ศ. 1111 พระพุทธศาสนานำเข้ามาโดยชาวอินเดีย แสดงให้เห็นอิทธิพลที่มีต่อศิลปะไทยในยุคหลังทั้งด้านภาษา วรรณกรรม ศิลปกรรม โดยกระจายเป็นกลุ่มศิลปะสมัยต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เมื่อกลุ่มคนไทยตั้งตัวเป็นปึกแผ่นแล้ว ศิลปะดังกล่าวจึงมีอิทธิพลต่อศิลปะไทยนั่นเอง 

ลักษณะของศิลปะไทย

ศิลปะไทยได้รับอิทธิพลจากประเพณีและวัฒนธรรมในสังคมไทย เช่น ความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของคนไทยที่ได้สอดแทรกไว้ในผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยเฉพาะศิลปกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา อาจกล่าวได้ว่าศิลปะไทยสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมพุทธศาสนา เป็นการเชื่อมโยงและโน้มน้าวจิตใจของประชาชนให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา จิตรกรรมไทย จัดเป็นภาพเล่าเรื่องที่เขียนขึ้นด้วยความคิดจินตนาการของคนไทย มีลักษณะตามอุดมคติของกระบวนงานช่างไทย คือ 

  1. เขียนสีแบน ไม่คำนึงถึงแสงและเงา นิ
  2. เขียนตัวพระ-นาง เป็นแบบละคร มีลีลา ท่าทางเหมือนกัน
  3. เขียนแบบตานกมอง หรือเป็นภาพต่ำกว่าสายตา
  4. เขียนติดต่อกันเป็นตอน ๆ สามารถดูจากซ้ายไปขวาหรือล่างและบนได้ทั่ว
  5. ขียนประดับตกแต่งด้วยลวดลายไทย มีสีทองสร้างภาพให้เด่นเกิดบรรยากาศ สุขสว่างและมีคุณค่ามากขึ้น

หมวดหมู่ของศิลปะไทย

  1. กนก คือ ดงป่าดงไม้ มีแบบฟอร์มคือเปลวไฟเป็นรูปสามเหลี่ยม การฝึกร่างลวดลาย ให้รู้จักความประสานสัมพันธ์กันของเส้นที่ผูกรวมกันเป็นลายไทย โดยเฉพาะกนกแบบต่างๆ เช่น กนกสามตัวกนกใบเทศ กนกเปลว ถือเป็นปฐมบทที่ต้องฝึกฝนให้ชำนาญก่อนที่จะทำการช่างอย่างอื่นต่อไป
  2. นารี คือ การเรียนรู้ฝึกฝนเกี่ยวกับการเขียนหน้ามนุษย์ เทวดา นางฟ้า พระ และนางทั้งด้านหน้าตรงและด้านหน้าเพล่ ซึ่งถือว่าเป็นภาพหลักของภาพไทย เมื่อเขียนได้คล่องแคล่วดีแล้ว จึงฝึกเขียนทั้งตัวในอริยาบถต่าง ๆ ภาพเหล่านี้จะแสดงอารมณ์ด้วย กิริยา ใบหน้าของตัวภาพจะไม่แสดงอารมณ์ตามแบบแผนของศิลปะไทย นอกจากการฝึกเขียนตัวภาพหลักดังกล่าวแล้ว ยังต้องฝึกการเขียนภาพกากหรือตัวภาพที่เป็นคนธรรมดาและการเขียนภาพจับสำหรับเขียนเรื่องรามเกียรติ์ให้เกิดความชำนาญด้วย
  3. กระบี่ คือ การฝึกเขียนภาพอมนุษย์ต่าง ๆ ได้แก่ พวกยักษ์ วานร เป็นต้น ในการฝึกจะต้องฝึกจากภาพลิงหรือกระบี่เป็นอันดับแรก เมื่อเขียนได้แม่นยำแล้วจึงฝึกเขียนภาพอื่นต่อไป การฝึกเขียนภาพหมวดนี้จะเป็นประโยชน์ในการเขียนภาพเรื่องรามเกียรติ์
  4. คชะ คือ การฝึกเขียนภาพสัตว์สามัญและภาพสัตว์ประดิษฐ์ต่างๆ โดยเริ่มจากคชะหรือช้างซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ก่อน แล้วจึงฝึกเขียนภาพสัตว์เล็ก ๆ ต่อไป ในหมวดนี้จะแบ่งสัตว์ที่เขียนเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือสัตว์ที่มีอยู่บนโลกมนุษย์ เช่น ช้าง ม้า วัว นก เป็นต้น ประเภทที่สอง คือ สัตว์ประดิษฐ์หรือสัตว์หิมพานต์ เช่น กินรี ราชสิงห์ เป็นต้น