มาชมงานศิลปะไทยกันเถอะ

Thai Art

งานศิลปะนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีทางเมือนกันแบบ 100% อย่างแน่นอน เพรพาะผู้สร้างงานศิลปะนั้นมีประสบการณ์ การเติบโต ที่แตกต่างกัน อย่างงานศิลปะในแต่ลประเทศก็จะมีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์มองแล้วดูออกว่าเนของประเทศไทย นั่นด้วยสังคม วัฒนธรรม และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่มีอิทธิพลต่องานศิลปะ วันนี้เราจะพาไปชมงานศิลปะไทยบ้านเรากันเลย

ศิลปะไทย

ต้องยอมรับว่าศิลปะไทยนั้นได้รับอิทธิพลจากต่างชาติมาช้านานและมีการพัฒนาผสมกับความเชื่อวัฒนธรรมท้องถิ่น จนกลายเป็นศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ราว พ.ศ. 300 จนถึง พ.ศ. 1111 พระพุทธศาสนานำเข้ามาโดยชาวอินเดีย แสดงให้เห็นอิทธิพลที่มีต่อศิลปะไทยในยุคหลังทั้งด้านภาษา วรรณกรรม ศิลปกรรม โดยกระจายเป็นกลุ่มศิลปะสมัยต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เมื่อกลุ่มคนไทยตั้งตัวเป็นปึกแผ่นแล้ว ศิลปะดังกล่าวจึงมีอิทธิพลต่อศิลปะไทย

ลักษณะของศิลปะไทย

ศิลปะไทยได้รับอิทธิพลจากประเพณีและวัฒนธรรมในสังคมไทย เช่น ความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของคนไทยที่ได้สอดแทรกไว้ในผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยเฉพาะศิลปกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา อาจกล่าวได้ว่าศิลปะไทยสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมพุทธศาสนา เป็นการเชื่อมโยงและโน้มน้าวจิตใจของประชาชนให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา อย่างเราจะรู้จักศิลปะไทยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนั่นคือ ลายไทย เป็นลายที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยมีธรรมชาติมาเป็นแรงบันดาลใจ โดยดัดแปลงธรรมชาติให้เป็นลวดลายใหม่ เช่น ตาอ้อย ก้ามปู เปลวไฟ รวงข้าว และดอกบัว ฯลฯ

หมวดหมู่ของศิลปะไทย

  1. กนก คือ ดงป่าดงไม้ มีแบบฟอร์มคือเปลวไฟเป็นรูปสามเหลี่ยม การฝึกร่างลวดลาย ให้รู้จักความประสานสัมพันธ์กันของเส้นที่ผูกรวมกันเป็นลายไทย
  2. นารี คือ การเรียนรู้ฝึกฝนเกี่ยวกับการเขียนหน้ามนุษย์ เทวดา นางฟ้า พระ และนางทั้งด้านหน้าตรงและด้านหน้าเพล่ ซึ่งถือว่าเป็นภาพหลักของภาพไทย เมื่อเขียนได้คล่องแคล่วดีแล้ว จึงฝึกเขียนทั้งตัวในอริยาบถต่าง ๆ
  3. กระบี่ คือ การฝึกเขียนภาพอมนุษย์ต่าง ๆ ได้แก่ พวกยักษ์ วานร เป็นต้น ในการฝึกจะต้องฝึกจากภาพลิงหรือกระบี่เป็นอันดับแรก เมื่อเขียนได้แม่นยำแล้วจึงฝึกเขียนภาพอื่นต่อไป
  4. คชะ คือ การฝึกเขียนภาพสัตว์สามัญและภาพสัตว์ประดิษฐ์ต่างๆ โดยเริ่มจากคชะหรือช้างซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ก่อน แล้วจึงฝึกเขียนภาพสัตว์เล็ก ๆ ต่อไป ในหมวดนี้จะแบ่งสัตว์ที่เขียนเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือสัตว์ที่มีอยู่บนโลกมนุษย์ ประเภทที่สอง คือ สัตว์ประดิษฐ์หรือสัตว์หิมพานต์

การสืบค้นศิลปินไทยในอดีตนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากช่างไทยสมัยโบราณมักจะเขียนภาพโดยไม่บอกนามให้ปรากฏ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเล่าปากต่อปาก ซึ่งจริงๆ แล้วศิลปะไทยมีเอกลักษณ์ที่สวยงามอย่างมาก ดังนั้นเราควรจะมีการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของเราให้สืบไปจนถึงรุ่นลูกหลานต่อไป 

ข้อดีของการติดตั้งรางเดินสายไฟแบบวายเวย์และสิ่งที่ต้องระวัง 

รางเดินสายไฟ

หากคุณมีความต้องการอยากเดินสายไฟในโรงงานหรืออาคาร ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งภายในหรือภายนอกอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ คือ รางเดินสายไฟ แต่หลายคนอาจคิดว่าอาจไม่จำเป็น แค่ติดตั้งสายไฟก็น่าจะจบไม่เห็นต้องมีรางครอบหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเลย บอกเลยว่าคิดผิด อุปกรณ์เสริมดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก แต่รางเดินสายไฟจะเป็นยังไง มีข้อดีอย่างไร ใช้ยังไงไม่ให้เป็นอันตราย วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝาก 

รางเดินสายไฟแบบวายเวย์ คือ อะไร 

เป็นรางเดินสายไฟชนิดที่มีการปิดรางแบบมิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง และสัตว์หรือแมลงขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ทำจากเหล็กพ่นสี เหมาะสำหรับการเดินสายไฟในทั้งในตัวบ้านและกลางแจ้ง 

ข้อดีของรางสายไฟวายเวย์ 

การติดตั้งรางเดินสายไฟแบบวายเวย์ในอาคารหรือนอกอาคารถือเป็นสิ่งจำเป็น แต่จะมีข้อดียังไงไปดู 

1. เพิ่มความเป็นระเบียบและความสวยงาม 

หากต้องการติดตั้งรางวายเวย์ สามารถเลือกให้เข้ากับลักษณะพื้นที่ได้อย่างหลากหลายแม้กระทั่งในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้การเก็บสายไฟเป็นระเบียบและดูสวยงาม 

2. ยืดอายุการใช้งานของสายไฟ 

ลองคิดดูว่าคุณจะตั้งสายไฟสภาพพื้นที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงและเสี่ยงต่อการโดนกัดแทะของสัตว์และแมลง ทำให้เกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าสายไฟเสี่ยงต่อการชำรุดได้ง่าย ดังนั้นการติดตั้งรางวายเวย์ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้และช่วยให้สายไฟมีอายุการใช้งานนานขึ้นนั่นเอง 

3. ติดตั้งง่าย 

วิธีการติดตั้งรางวายเวย์นั้นทำได้ง่าย ๆ แค่ยิงสกรูหรือไม่ก็ใช้เทปกาวสองหน้าแบบที่ใช้กับรางสายไฟโดยเฉพาะติดกับผนัง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น 

ข้อควรระวังในการติดตั้ง 

อย่างไรก็ตามถึงแม้วิธีการติดตั้งค่อนข้างง่ายและคุณทำได้ด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อควรระวังก่อนติดตั้งรางเดินสายไฟที่ต้องใส่ใจ ดังนี้ 

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความชื้นเยอะ รางสายไฟส่วนใหญ่ที่มีขายในท้องตลาดส่วนใหญ่ไม่กันน้ำ ดังนั้นบริเวณที่ติดตั้งจึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือหากไม่อยากเจอปัญหาดังกล่าวจริง ๆ แนะนำให้มองหารางที่เป็นชนิดกันความชื้น 
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมีส่วนทำให้อายุการใช้งานของรางไฟฟ้าและสายไฟสั้นลง หากเป็นไปได้ควรหาพื้นที่ที่มิดชิดและแสงแดดส่องเข้าไม่ถึง 
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแรงดันหรือความร้อนสูง เพราะเสี่ยงเกิดความเสียหายได้ง่าย 
  • ควรเลือกลักษณะการใช้งานให้เหมาะสม ถึงแม้รางวายเวย์ส่วนใหญ่ทำจากเหล็กพ่นสีและมีความคงทนสูง แต่อย่าลืมว่าหากติดตั้งภายนอกมีสิทธิ์ถูกความร้อนและความชื้นจนกลายเป็นสนิม ดังนั้นควรมองหาวัสดุอื่นที่ทนทานกว่า 
  • ห้ามนำไปใช้กับงานอื่น รางสายไฟถูกออกแบบมาไว้สำหรับเก็บสายไฟเท่านั้น จึงไม่แนะนำให้นำไปใช้แทนอุปกรณ์อื่น ๆ  

อย่างไรก็ตามหากคุณสนใจอยากติดตั้งรางเดินสายไฟบริเวณบ้านหรือพื้นที่โรงงาน ขอแนะนำว่าควรเลือกรางประเภทอื่น ๆ เนื่องจากรางวายเวย์จะเหมาะสำหรับอาคาร สำนักงาน และคอนโดขนาดเล็กเท่านั้น 

มาทำความรู้จักกับงานประติมากรรมกันดีกว่า

Sculpture

ประติมากรรม เป็นสาขาหนึ่งของวิจิตรศิลป์ซึ่งมีรูปแบบสามมิติ เป็นหนึ่งในรูปแบบหนึ่งของศิลปะพลาสติก ประติมากรรมมีรูปแบบสร้างสรรค์แบบธรรมเนียมคือ การแกะสลัก และโมเดล  โดยดั้งเดิมมักใช้สื่อกลางคือไม้ หิน เซรามิก โลหะ แต่นับตั้งแต่ยุคโมเดิร์นก็ไม่มีคำจำกัดความถึงรูปแบบ กรรมวิธี และสื่อกลางของการสร้างสรรค์ประติมากรรม วัฒนธรรมโบราณส่วนมากมักหลงเหลือหลักฐานของประติมากรรมมาถึงปัจจุบัน 

วิธีการสร้างผลงานประติมากรรม 

  1. การปั้น (Casting) เป็นการสร้างรูปทรง 3 มิติ จากวัสดุ ทีเหนียว อ่อนตัว และยึดจับตัว กันได้ดี วัสดุที่นิยมนำมาใช้ปั้น ได้แก่ ดินเหนียว ดินน้ำมัน ปูน แป้ง ขี้ผึ้ง กระดาษ หรือ ขี้เลื่อยผสมกาว เป็นต้น
  2. การแกะสลัก (Carving) เป็นการสร้างรูปทรง 3 มิติ จากวัสดุที่ แข็ง เปราะ โดยอาศัย เครื่องมือ วัสดุที่นิยมนำมาแกะ ได้แก่ ไม้ หิน กระจก แก้ว ปูนปลาสเตอร์ เป็นต้น
  3. การหล่อ (Molding) เป็นการสร้างรูปทราง 3 มิติ จากวัสดุที่หลอมตัวได้และกลับแข็ง ตัวได้ โดยอาศัยแม่พิมพ์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดผลงานที่เหมือนกันทุกประการตั้งแต่ 2 ชิ้น ขึ้นไป วัสดุที่นิยมนำมาใช้หล่อ ได้แก่ โลหะ ปูน แป้ง แก้ว ขี้ผึ้ง ดิน เรซิ่น พลาสติก ฯลฯ รำมะนา 
  4. การประกอบขึ้นรูป (Construction) เป็นการสร้างรูปทรง 3 มิติ โดยนำวัสดุต่าง ๆ มา ประกอบเข้าด้วยกัน และยึดติดกันด้วยวัสดุต่าง ๆ การเลือกวิธีการสร้างสรรค์งานประติมากรรม ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ต้องการใช้ 

ประเภทของงานประติมากรรม

  1. ประติมากรรมแบบนูนต่ำ ( Bas Relief ) เป็นรูปที่เป็นนูนขึ้นมาจากพื้นหรือมีพื้นหลังรองรับ มองเห็นได้ชัดเจนเพียงด้านเดียว คือด้านหน้า มีความสูงจากพื้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรูปจริง ได้แก่ รูปนูนแบบเหรียญ รูปนูนที่ใช้ประดับตกแต่งภาชนะ หรือประดับตกแต่งอาคารทาง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหารต่างๆ พระเครื่องบางชนิด  ประติมากรรมประเภทลอยตัวของไทยที่รู้จักกันดี คือ พระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ โดยเฉพาะพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปคลาสิคของไทยนั้นนับเป็นประติมากรรมลอยตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดของไทย
  2. ประติมากรรมแบบนูนสูง ( High Relief ) เป็นรูปต่าง ๆ ในลักษณะเช่นเดียวกับแบบนูนต่ำ แต่มีความสูงจากพื้นตั้งแต่ครึ่งหนึ่งของรูปจริงขึ้นไป ทำให้เห็นลวดลายที่ลึก ชัดเจน และเหมือนจริงมากกว่าแบบนูนต่ำและใช้งานแบบเดียวกับแบบนูนต่ำ
  3. ประติมากรรมแบบลอยตัว ( Round Relief ) เป็นรูปต่าง ๆ ที่มองเห็นได้รอบด้านหรือ ตั้งแต่ 4 ด้านขึ้นไป ได้แก่ ภาชนะต่าง ๆ รูปเคารพต่าง ๆ พระพุทธรูป เทวรูป รูปตามคตินิยม รูปบุคคลสำคัญ รูปสัตว์ ฯลฯ ประติมากรรมประเภทนี้ ไม่ปรากฏมากนักในอดีต ซึ่งมักจะได้แก่ ประติมากรรมที่เป็นลวดลายประดับตกแต่ง เช่น แกะสลักด้วยไม้ หิน ปูนปั้น เป็นต้น ในปัจจุบันมีทำกันมากเพราะใช้เป็นงานประดับตกแต่งได้ดี ซึ่งอาจจะปั้นเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ตามวัตถุประสงค์ของสถาปัตยกรรมที่นำประติมากรรมนั้นไปประกอบ

ศิลปะเขมรที่ปรากฎในไทย

Khmer art found in Thailand

กัมพูชา หรือ เขมรนั้น เป้นบ้านพี่เมืองน้องกับไทยมายาวนาน แม้ว่าอาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเราก็มีวัฒนธรรมอันดีงามร่วมกัน โดยเฉพาะศิลปะต่างๆ ที่เป็นข้อถกเถียงกันอยู่เสมอว่าเป็นของใคร ใครเป็นผู้เริ่มต้น จนลืมไปว่าในอดีตนั้นเรามีการติดต่อแลกเปลีย่นทางวัฒนธรรมในรุปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย สงครามต่างๆ ก็ทำให้มีการซึมซับเอาวัฒนธรรมมาผสมผสานกัน ซึ่งในบ้านเราก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฎศิลปะเขมรมากมาย จะมีที่ไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  1. พระปรางค์

ต้องยอมรับว่าพระปรางค์ในบ้านเรานั้นได้รับรูปแบบจากขอม โดยการสร้างพระปรางค์ของของอยู่บนพื้นฐานความเชื่อในศาสนาฮินดู ความเชื่อเรื่องจักรวาลในศาสนาพุทธและฮินดูมีความคล้ายคลึงกันมาก ในการสร้างพระปรางค์นั้นเป็นการดัดแปลงมาจากศิลปะขอม หรือเลียนแบบมาจากพระปรางค์โบราณที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย ได้มีการเลียนแบบลายของขอมมาใช้ประดับพระปรางค์ ก่อนที่จะพัฒนารูปแบบจนกลายเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ในที่สุด

  1. ปราสาทเมืองสิงห์ 

ปราสาทเมืองสิงห์แห่งนี้  ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในลัทธิมหายาน ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยฝีมือของช่างท้องถิ่นที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะขอม มีการวางแผนผังตามแบบคติจักรวาลอย่างสมบูรณ์ คล้ายกับแผนผังที่ปราสาทบายนในกัมพูชา ตัวปราสาทสร้างด้วยศิลาแลงและฉาบทับด้วยปูนขาว มีการประดับลายปูนปั้นตามจุดต่างๆ เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย กล่าวว่าสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรม คล้ายคลึงกับของสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1720 – 1780) กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม  พบศิลปกรรมที่สำคัญยิ่งคือพระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง รูปลักษณ์คล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา 

  1. พระระเบียง

ในทางสถาปัตยกรรมไทย พระระเบียงได้รับอิทธิพลมาจากขอม ซึ่งนิยมสร้างล้อมรอบเทวสถาน โดยเฉพาะปรางค์ปราสาท การล้อมรอบอยู่ในลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ละด้านตรงกิ่งกลางจะทำเป็นซุ้มประตูทางเข้าที่เรียกว่า “โคปุระ” การสร้างระเบียงในวัดต่างๆ นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยและได้สืบทอดมายังสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ พระระเบียงทั่วไปนิยมสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มาบรรจบกันเป็นวง ทำให้ต้องเกิดเป็นมุมหักข้อศอกที่มุมทั้งสี่ด้าน จึงนิยมเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “พระระเบียงคด” ซึ่งได้ถือเป็นแบบแผนที่นิยมใช้กันในงานสถาปัตยกรรมไทยแทบทุกสมัยเลย 

สิ่งหนึ่งที่เราควรจะต้องเรียนรู้มากกว่าการยึดโยงว่าศิลปะชิ้นนี้ใครเป็เจ้าของ คือการเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมกัน การยอมรับว่าในยุคสมัยหนึ่งอาจจะมีการขยายอาณาเขตเข้าสู่พื้นที่ ทำให้มีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันนั่นเอง 

ศิลปะทวารวดี

Dvaravati art

กว่าจะมาเป็นประเทศไทยในทุกวันนี้ พื้นที่ที่เรายืนอยู่มีเรื่องราวในยุคต่างๆ มากมาย หลายคนอาจจะทราบถึงเพียงแค่สมัยสุโขทัย ที่เชื่อว่าเป็นอาณักรแรกของประเทศไทย แต่จริงๆ แล้วพื้นที่ที่เราอยู่นั้นมีหลักฐานมากมายที่สามารถบ่งชี้ว่ามีวัฒนธรรมอื่นๆ ที่อยู่มาก่อน อย่าง “ทราวดี” 

ทวารวดี เป็นวัฒนธรรมแรกๆ ที่ปรากฏในพื้นที่บริเวณรอบอ่าวไทย เป็นวัฒนธรรมที่บูรณาการอิทธิพลของอารยธรรมอินเดียเข้ามาผสมผสาน จนเกิดเป็นรูปแบบวัฒนธรรมเฉพาะของคนพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นราวพุทธศตวรรษที่ 7 แล้วมีความเจริญรุ่งเรืองจนถึงพุทธศตวรรษที่ 13-14 จากนั้นก็เริ่มเสื่อมลงหลังจากพุทธศตวรรษที่ 15 ไปจนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยวัฒนธรรมเขมรได้เข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่แทน สิ่งที่เป็นตัวแทนของทวารวดีก็คือศิลปะ วันนี้เรามาดูลักษณะของศิลปะทราวดีกันดีกว่า

ประติมากรรม 

  •  พระพุทธรูป จะแบ่งออกเป็น 3 ยุค ดังนี้
  1. มีลักษณะของอินเดียแบบคุปตะและหลังคุปตะ บางครั้งก็มีอิทธิพลของอมราวดีอยู่ด้วย ลักษณะวงพักตร์แบบอินเดีย ไม่มีรัศมี จีวรเรียบเหมือนจีวรเปียก พระพุทธรูปนั่งจะขัดสมาธิหลวม ๆ แบบอมราวดี 
  2. พัฒนาขึ้นจากแบบแรก โดยมีอิทธิพลพื้นเมืองผสมมากขึ้น พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเกตุมาลาเป็นต่อมนูนใหญ่ บางทีมีรัศมีบัวตูมเหนือเกตุมาลา และสั้น พระพักตร์แบนกว้าง พระเนตรโปน พระหนุ (คาง) ป้าน พระนลาฏ (หน้าผาก) แคบ พระนาสิกป้านใหญ่แบน พระโอษฐ์หนา พระหัตถ์และพระบาทใหญ่ ยังคงขัดสมาธิหลวม ๆ แบบอมราวดี 
  3. พระพุทธรูปในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร เรียกว่าศิลปะลพบุรีปะปน เช่น พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีลักยิ้ม นั่งขัดสมาธิราบ เป็นต้น นอกจากพระพุทธรูปแล้วยังพบสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงการสืบทอดแนวคิดทางศิลปะอินเดียโบราณก่อนหน้าที่จะทำรูปเคารพเป็นรูปมนุษย์ภายใต้อิทธิพลศิลปะกรีก
  • เทวรูป

เป็นประติมากรรมศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู อยู่ร่วมสมัยกับทวารวดีตอนต้น และตอนปลาย ในราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 ที่เมืองศรีมโหสถและเมืองศรีเทพ และพบอยู่ร่วมกับศรีวิชัยและทวารวดีที่ภาคใต้ของประเทศไทย มักจะทำเป็นรูปพระนารายณ์ ซึ่งลักษณะพระพักตร์จะไม่เหมือนพระพุทธรูปแบบทวารวดี จะมีลักษณะคล้ายกับอินเดีย เช่น พระนารายณ์ที่ไชยาแสดงลักษณะอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบมทุราและอมราวดี(พุทธศตวรรษที่ 6-9) รวมทั้งที่พบที่นครศรีธรรมราช ซึ่งถือสังข์ด้วยพระหัตถ์ซ้ายด้านล่าง ผ้านุ่งและผ้าคาดที่พบที่ภาคใต้และที่เมืองศรีมโหสถ จะมีผ้าคาดเฉียงเหมือนศิลปะอินเดียหลังคุปตะ (ปัลลวะ) ในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ส่วนเทวรูปรุ่นเก่าที่อำเภอศรีเทพจะมีอายุใกล้เคียงกัน และที่ศรีเทพนอกจากที่จะพบรูปพระนารายณ์แล้วยังพบรูปพระกฤษณะและพระนารายณ์ด้วย

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมทวารวดีส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าสร้างขึ้นในพุทธศาสนานิกายเถรวาท สถาปัตยกรรมแบบทวาราวดีมักก่ออิฐและใช้สอดิน เช่น วัดพระเมรุและเจดีย์จุลปะโทน จังหวัดนครปฐม บางแห่งมีการใช้ศิลาแลงบ้าง เช่น ก่อสร้างบริเวณฐานสถูป การก่อสร้างเจดีย์ในสมัยทวารวดีพบทั้งเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม เจดีย์ทรงระฆังคว่ำมียอดแหลมอยู่ด้านบน

ศิลปะเมืองเก่าอยุธยา

Art of the Ayutthaya Old City

ในช่วง พ.ศ. 1894 ถึง พ.ศ. 2310 มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจหรือราชธานี ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ จนถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติ ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเคยสามารถขยายอาณาเขตประเทศราชถึงรัฐชานของพม่า อาณาจักรล้านนา มณฑลยูนนาน อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรขอม และคาบสมุทรมลายูในปัจจุบัน จึงทำให้พื้นที่ของอยุธยามีศิลปะที่ผสมผสานจากวัฒนธรรมอื่นๆ มากมาย ที่ยังคงปรากฏให้เราเห็นผ่านโบราณสถานในทุกวันนี้ 

  1. จิตรกรรม

จิตรกรรมยุคอยุธยานั้นจะสะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาเป็นหลัก โดยวาดไว้บนฝาผนังอุโบสถ วิหาร และสมุดภาพ ใช้สีฝุ่นผสมกาว ระบายเรียบ และตัดเส้น ในระยะแรกใช้สีในวรรณะเอกรงค์ ต่อมาเมื่อมีการติดต่อกับต่างประเทศ ทำให้มีสีต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา นิยมเขียนเรื่องอดีตพุทธ พุทธประวัติ ทศชาติชาดก เทพชุมนุมและภาพลวดลายต่าง ๆ มีการปิดทองที่ภาพสำคัญและทำลายดอกไม้ร่วงที่พื้นหลังภาพ ลักษณะโดยรวมของงานจิตรกรรมในสมัยอยุธยาตอนต้นคือ ยังคงใช้สีไม่มากนัก เทคนิคการเขียนสีลงบนรองพื้นสีขาว ระบายพื้นหลังตัวภาพด้วยสีแดง ตัวภาพมีการระบายสีขาว สีเนื้อและปิดทองคำเปลว ตัดเส้นด้วยสีดำหรือสีแดง

  1. สถาปัตยกรรม

นับตั้งแต่พระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยานิยมสร้างปรางค์เป็นหลักประธานของวัด มีพระวิหารอยู่หน้าปรางค์ มีระเบียงคดล้อมรอบปรางค์ สถาปัตยกรรมยุคนี้ไม่มีหน้าต่าง แต่มีช่องลมแบบซี่ลูกกรงที่เรียกว่า เสามะหวด หรือบางแห่งทำแบบสันเหลี่ยมมีอกเลา ทั้งยังมีการนิยมสร้างสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย โดยเฉพาะการสร้างเจดีย์ทรงกลม ที่เรียกว่า ทรงลังกา สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดศิลปกรรมแบบเขมร ศิลปกรรมยุคนี้เริ่มมีหน้าต่างเปิดปิดได้ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีการก่อสร้างซุ้มประตูหน้าต่างโค้งแหลมแบบกอทิก จะเก็นได้ว่ามีความผสมผสายศิลปะที่หลากหลายมากๆ

  1. ประติมากรรม

ศิลปะอยุธยายุคต้นสืบต่อจากศิลปะอู่ทองตอนปลาย รูปประติมากรรมมีทั้งรูปเทพเจ้าและพระพุทธรูป ลักษณะส่วนใหญ่เข้มแข็ง บึกบึน มีลักษณะผสมทั้งลพบุรี อู่ทองและสุโขทัย พระพุทธรูปมีพระวรกายทั้งหนาและบาง มีลักษณะท่าทางขึงขัง บัวรองฐานทำเป็นฐานแอ่นโค้ง พระพุทธรูปยุคกลางได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย มักทำวงพระพักตร์และพระรัศมีตามแบบสุโขทัย พระพุทธรูปยุคปลายมีการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบพระมหากษัตริย์ โดยมีอยู่ 2 แบบคือ พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ และพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย

เราทุกคนก็ทราบกันดีกว่าอาณาจักรอยุธยานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากที่สุด บ้านเมืองยิ่งใหญ่ดังที่ปรากฎผ่านโบราณสถานที่แม้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนก็ยังคงมีเค้าโครงของความยิ่งใหญ่อยู่เสมอ

หัตถกรรมคืออะไร

What is handicraft?

หัตถกรรม (Handicraft) คือ งานช่างที่ทำด้วยมือหรืออุปกรณ์ง่าย ๆ อาศัยทักษะและเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยทั่วไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและศาสนา สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก หรือผลิตด้วยเครื่องจักร ไม่เรียกว่าหัตถกรรม

หัตถกรรมไทย หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ หรือกระบวนการผลิตสิ่งของด้วยมือ ที่ใช้แรงงานฝีมือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต วัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ขึ้นมาเพื่อสนองความจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยอาศัยแรงงานจากมือของตน ดัดแปลงวัตถุดิบที่มีอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อให้มีรูปร่างประโยชน์ใช้สอยได้เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงานหัตถกรรม เมื่อมีการผลิตซ้ำๆ กันมากจนเกิดความชำนาญ และถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง มีการใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นตามความก้าวหน้าของยุคสมัยนั้นๆ มาพัฒนากระบวนการผลิตหัตถกรรมให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลาดจนการปรุงแต่งความงามของศิลปะในงานหัตถกรรมเพื่อสนองความต้องการทางจิต ใจ และคตินิยมความเชื่อ รวมทั้งประโยชน์ใช้สอยให้สอดคล้องกัน งานหัตถกรรมจึงกลายเป็นศูนย์รวมของสหวิทยาการศาสตร์ต่างๆ ที่มีคุณค่าทางศิลปะ วิทยาศาสตร์ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ สืบทอดเป็นมรดกของคนในชาติไทย

คุณค่าของหัตถกรรมไทย

  1. ด้านประโยชน์ใช้สอย

หัตถกรรมไทยนั้นสร้างขึ้นบนพื้นฐานการดำรงชีวิต เพื่อตอบสนองความต้องการของมนาย์ และเพื่ออำนวยความสะดวกสบายทางกายภาพ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิต

  1. ด้านความเชื่อและค่านิยม 

แต่เดิมงานหัตถกรรมนั้นผู้สร้างและผู้ใช้เป็นคนเดียวกัน คือสร้างขึ้นมาเพื้อใช้งานเอง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีค่านิยมและความเชื่ออยู่เสมอ ซึ่งก็มักจะถ่ายทอดสู่งานที่สร้างด้วยความรู้สึกนึกคิด ซึ่งมีแบบแผนของกลุ่มขนบธรรมเนียมเป็นตัวหล่อหล่อม งานหัตถกรร จึงสามารถสะท้อนให้เป็นถึงความเชื่อและค่านิยมได้ 

  1. คุณค่าทางประวัติศาสตร์

งานหัตถกรรมนั้นเป็นชิ้นงานที่มนาย์สร้างขึ้นอย่างมีจุดประสงค์ และสืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และใช้เป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรมทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

  1. คุณค่าทางด้านความเป็นเอกลักษณ์ของสังคมวัฒนธรรม 

งานศิลหัตถกรรมเกิดขึ้นภายใต้ความแตกต่างทางสภาพแวดล้อม  ฐานทรัพยากร  ประเพณี  คติความเชื่อ  ที่หล่อหลอมเกิดเป็นแบบแผนวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม

  1. คุณค่าทางด้านความงาม 

การสร้างงานศิลปหัตถกรรมย่อมประกอบขึ้นด้วยความต้องการทางประโยชน์ใช้สอย  แต่ผู้สร้างก็ได้พิจารณารูปทรงที่เหมาะสมและความงามที่น่าใช้สอยประกอบไปด้วยโดยได้แสดงออกผ่านทางรูปทรง  โครงสร้าง  ลวดลาย  วัสดุและฝีมืออันวิจิตร ประณีต

  1. คุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ 

ด้วยการผลิตสินค้าและของที่ระลึกจากการท่องเที่ยว  เป็นตัวสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น  จนถึงการสร้างรายได้โดยการส่งออกต่างประเทศ

การเรียนศิลปะจะช่วยฝึกให้เราได้วาดภาพได้ดีขึ้น

การเรียนศิลปะ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการเรียนศิลปะนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของการเรียนศิลปะนั้นก็จัดว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยด้วยอย่างน้อยศิลปะจะช่วยฝึกให้เราได้พัฒนาฝีมือของตนเองให้ยิ่งดีขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการลากเส้น การโยงเส้นนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยและที่สำคัญการเรียนศิลปะจะช่วยทำให้เราได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนที่เก่งอยู่เสมออย่างน้อยเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญกับเราเองอย่างที่สุดดังนั้นยิ่งเราได้พัฒนาตนเองได้มากเท่าไหร่ก็จะช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่มีความรู้มากขึ้นและก็สามารถที่จะนำเอาความรู้ต่างๆนั้นไปใช้งานได้เป็นอย่างดีที่สุดเลย

และในเรื่องของการเรียนศิลปะนั้นเค้าก็จะสอนในเรื่องของเส้นต่างๆนั้นเองเพราะว่าในเรื่องของเส้นนั้นก็จะช่วยทำให้เราได้เป็นคนที่มีความรู้มากขึ้นด้วยเพราะการวาดภาพการลงสี การลงเส้นต่างๆนั้นด้วยน้ำหนักมือหนักเบาก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างที่สุดที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยไปเลยเพราะยิ่งเราไม่ละเลยไปแล้วนั้นก็จะส่งผลที่จะทำให้เรานั้นยิ่งมีความสุขที่สุดด้วย

หลากหลายอย่างในตอนนี้เรื่องของศิลปะนั้นก็จะช่วยทำให้เราได้เพลิดเพลินและมีความสุขได้อย่างมากมายเลย ดังนั้นเรื่องของศิลปะก็จะทำให้เรานั้นเป็นคนที่ยิ่งเติบโตที่มีคุณภาพและสามารถที่จะใช้ฝีมือในการเลือกทำงานได้อย่างมีความสุขด้วย การที่เราเก่งศิลปะนั้นหรืออาจจะไม่ต้องเก่งแต่มีความสามารถในด้านการวาดและลงสีก็สามารถที่จะเอาตัวรอดได้โดยอาจจะทำอาชีพกราฟฟิคได้เลยซึ่งเงินเดือนกราฟฟิคนั้นค่อนข้างสูงแต่ถ้าหากทำได้ก็จะยิ่งส่งผลที่ดีให้กับการเรียนศิลปะด้วย

ทุกๆอย่างในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้และจะละเลยไปไม่ได้และหากเรายิ่งใส่ใจและให้ความสำคัญแล้วนั้นเชื่อว่าจะทำให้เราได้วาดภาพออกมาอย่างมีคุณภาพที่สุดด้วยเพราะในเรื่องของการเรียนศิลปะจะส่งผลที่ดีที่จะช่วยทำให้เรานั้นได้ใช้ความคิดและความสามารถที่ดียิ่งขึ้นด้วย

และที่สำคัญในเรื่องของการเรียนศิลปะนั้นก็จะช่วยส่งเสริมให้เราเป็นคนที่ยิ่งได้ผลิตผลงานออกมาได้โดยที่เราไม่ต้องอายเลยด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆด้วยจึงจะดีที่สุด

ศิลปะไทยมีอะไรบ้าง

ศิลปะไทย

ในปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่าในเรื่องของศิลปะนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญกับเราเองอย่างที่สุดเพราะว่าในเรื่องของศิลปะนั้นก็จะช่วยทำให้หลายๆคนนั้นเป็นคนที่ได้สร้างสรรค์ในจินตนาการที่มีของตัวเองออกมาและสร้างสรรค์ให้เราเป็นคนที่ได้ผลิตผลงานที่ดีๆออกมาด้วย

และเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจมากๆด้วยจึงจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของศิลปะนั้นหากเป็นศิลปะไทยก็จะมีการวาดภาพจิตรกรรมบนผนังอีกด้วยและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและให้ความคำนึงถึงให้มากที่สุดด้วย

เพราะในเรื่องของศิลปะไทยนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะส่งผลที่ดีอย่างน้อยการที่เราได้มีการพัฒนาฝีมือที่ดีของตนเองนั้นก็จะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขและก็อยากที่จะสร้างสรรค์ในผลงานออกมาได้มากยิ่งขึ้นด้วย 

ศิลปะไทยนั้นก็มีหลายอย่างในตอนนี้เลยไม่ว่าจะเป็นศิลปะการวาดลายไทยอันนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นศิลปะที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจมากๆเพราะยิ่งเราได้ให้ความสนใจกับเรื่องของศิลปะไทยแล้วก็จะส่งผลที่ดีได้อย่างมากมายเลยและในเรื่องของศิลปะนั้นเราสามารถที่จะเลือกวาดจิตรกรรมไทยได้โดยอาจจะวาดภาพจากภาพลายไทยได้อีกเช่นกัน

ทั้งหมดนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆด้วยเพราะหากเราได้ใส่ใจมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เรานั้นยิ่งมีฝีมือที่ดีได้มากยิ่งขึ้นด้วย เรื่องของศิลปะนั้นจึงจัดว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยไปเลยเพราะอย่างน้อยหากเราไม่ละเลยไปแล้วก็จะส่งผลที่จะทำให้เรานั้นได้เก่งทางด้านศิลปะได้มากยิ่งขึ้นด้วย

การที่เราได้รู้จักที่จะให้ความสนใจกับเรื่องของศิลปะไทยนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีนอกจากนี้ศิลปะไทยก็ยังหมายถึงพวกเครื่องเล่นดนตรีไทยหรือนาฏศิลป์อีกเหมือนกัน เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญกับเราเองอย่างมากมายเลยและยิ่งเราได้ให้ความสนใจแล้วนั้นเชื่อว่าจะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขได้อีกด้วยเพราะศิลปะไทยจะช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่เพลิดเพลิดยิ่งขึ้นด้วย

เราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจกับเรื่องของศิลปะไทยให้มากๆด้วยเพราะอย่างน้อยศิลปะก็จะช่วยทำให้เรานั้นยิ่งเกิดความผ่อนคลายที่ดีให้กับตัวเราเองได้อย่างที่สุดด้วย

ศิลปะเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง

เรื่องของศิลปะ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของศิลปะนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีอย่างมากที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจกันอย่างที่สุดด้วยจึงจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของศิลปะนั้น็จะช่วยทำให้เรานั้นได้ทำกิจกรรมที่ดีอย่างมากมายได้อีกด้วยและที่สำคัญในเรื่องของศิลปะก็จะส่งผลที่ดีที่จะทำให้เรานั้นได้รู้จักที่จะฝึกฝนที่จะใช้ไอเดียที่มีในร่างกายของตนเองได้อย่างมากมายเลย

และทุกๆอย่างในตอนนี้การที่เราได้ให้ความสนใจกับเรื่องของศิลปะแล้วก็จะทำให้เรานั้นได้เป็นคนที่มีประสบการณ์ที่ดีอย่างมากเพราะเราก็จะใช้ศิลปะเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีขึ้นให้กับตัวเราเองได้อย่างยิ่งด้วยและที่สำคัญในเรื่องของศิลปะนั้นก็จัดว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยไปเลย

เพราะถ้าหากเราไม่ละเลยไปแล้วก็จะช่วยทำให้เรานั้นได้เป็นคนที่มีความสุขกับเรื่องของการทำกิจกรรมศิลปะด้วยเพราะทุกๆอย่างในตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจกับการฝึกฝนศิลปะด้วยเพราะศิลปะจะช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่ดียิ่งขึ้นและแน่นอนว่าหากเราได้ทำศิลปะเป็นประจำบ่อยๆแล้วก็จะช่วยทำให้เรานั้นได้มีผลงานทางด้านศิลปะที่ดีขึ้นและก็จะทำให้เราได้เป็นคนที่รู้จักที่จะฝึกฝนให้เราเป็นคนที่ยิ่งดีมากขึ้นด้วย

หลากหลายอย่างในตอนนี้จึงจัดว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะหากเราได้รู้จักที่จะใส่ใจในตรงนี้แล้วก็เชื่อว่าจะทำให้เรานั้นได้มีฝีมือที่ดีขึ้นกว่าเดิมและเราเองก็จะสามารถที่จะพัฒนาให้เรายิ่งเป็นคนที่เก่งมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย เรื่องของศิลปะนั้นก็จัดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยไปเลยเพราะยิ่งเราไม่ละเลยไปแล้วนั้นก็จะส่งผลที่ดีกับเรื่องของการพัฒนาผลงานของตัวเองอีกด้วย

คนเรานั้นจะทำอะไรก็ตามหากเรารู้จักที่จะฝึกฝนและพัฒนาตนเองเป็นประจำอยู่เสมอแล้วก็จะช่วยทำให้เรายิ่งเก่งขึ้นและเป็นคนที่มีความสามารถที่ดีกับตัวเราเองได้อย่างมากมายด้วย และเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราแงก็ควรที่จะต้องหมั่นที่จะหาความรู้อยู่เสมอด้วยเพราะอย่างน้อยการที่เราได้หาความรู้ได้มากขึ้นแล้วก็จะทำให้เรายิ่งมีความสุขได้อีกเช่นกัน เรื่องของศิลปะจึงเป็นเรื่องที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะส่งผลที่ดีให้กับเราเองได้อีกด้วย