Archives March 2023

ศิลปะทวารวดี

Dvaravati art

กว่าจะมาเป็นประเทศไทยในทุกวันนี้ พื้นที่ที่เรายืนอยู่มีเรื่องราวในยุคต่างๆ มากมาย หลายคนอาจจะทราบถึงเพียงแค่สมัยสุโขทัย ที่เชื่อว่าเป็นอาณักรแรกของประเทศไทย แต่จริงๆ แล้วพื้นที่ที่เราอยู่นั้นมีหลักฐานมากมายที่สามารถบ่งชี้ว่ามีวัฒนธรรมอื่นๆ ที่อยู่มาก่อน อย่าง “ทราวดี” 

ทวารวดี เป็นวัฒนธรรมแรกๆ ที่ปรากฏในพื้นที่บริเวณรอบอ่าวไทย เป็นวัฒนธรรมที่บูรณาการอิทธิพลของอารยธรรมอินเดียเข้ามาผสมผสาน จนเกิดเป็นรูปแบบวัฒนธรรมเฉพาะของคนพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นราวพุทธศตวรรษที่ 7 แล้วมีความเจริญรุ่งเรืองจนถึงพุทธศตวรรษที่ 13-14 จากนั้นก็เริ่มเสื่อมลงหลังจากพุทธศตวรรษที่ 15 ไปจนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 โดยวัฒนธรรมเขมรได้เข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่แทน สิ่งที่เป็นตัวแทนของทวารวดีก็คือศิลปะ วันนี้เรามาดูลักษณะของศิลปะทราวดีกันดีกว่า

ประติมากรรม 

  •  พระพุทธรูป จะแบ่งออกเป็น 3 ยุค ดังนี้
  1. มีลักษณะของอินเดียแบบคุปตะและหลังคุปตะ บางครั้งก็มีอิทธิพลของอมราวดีอยู่ด้วย ลักษณะวงพักตร์แบบอินเดีย ไม่มีรัศมี จีวรเรียบเหมือนจีวรเปียก พระพุทธรูปนั่งจะขัดสมาธิหลวม ๆ แบบอมราวดี 
  2. พัฒนาขึ้นจากแบบแรก โดยมีอิทธิพลพื้นเมืองผสมมากขึ้น พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเกตุมาลาเป็นต่อมนูนใหญ่ บางทีมีรัศมีบัวตูมเหนือเกตุมาลา และสั้น พระพักตร์แบนกว้าง พระเนตรโปน พระหนุ (คาง) ป้าน พระนลาฏ (หน้าผาก) แคบ พระนาสิกป้านใหญ่แบน พระโอษฐ์หนา พระหัตถ์และพระบาทใหญ่ ยังคงขัดสมาธิหลวม ๆ แบบอมราวดี 
  3. พระพุทธรูปในช่วงนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร เรียกว่าศิลปะลพบุรีปะปน เช่น พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีลักยิ้ม นั่งขัดสมาธิราบ เป็นต้น นอกจากพระพุทธรูปแล้วยังพบสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงการสืบทอดแนวคิดทางศิลปะอินเดียโบราณก่อนหน้าที่จะทำรูปเคารพเป็นรูปมนุษย์ภายใต้อิทธิพลศิลปะกรีก
  • เทวรูป

เป็นประติมากรรมศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู อยู่ร่วมสมัยกับทวารวดีตอนต้น และตอนปลาย ในราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 ที่เมืองศรีมโหสถและเมืองศรีเทพ และพบอยู่ร่วมกับศรีวิชัยและทวารวดีที่ภาคใต้ของประเทศไทย มักจะทำเป็นรูปพระนารายณ์ ซึ่งลักษณะพระพักตร์จะไม่เหมือนพระพุทธรูปแบบทวารวดี จะมีลักษณะคล้ายกับอินเดีย เช่น พระนารายณ์ที่ไชยาแสดงลักษณะอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบมทุราและอมราวดี(พุทธศตวรรษที่ 6-9) รวมทั้งที่พบที่นครศรีธรรมราช ซึ่งถือสังข์ด้วยพระหัตถ์ซ้ายด้านล่าง ผ้านุ่งและผ้าคาดที่พบที่ภาคใต้และที่เมืองศรีมโหสถ จะมีผ้าคาดเฉียงเหมือนศิลปะอินเดียหลังคุปตะ (ปัลลวะ) ในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ส่วนเทวรูปรุ่นเก่าที่อำเภอศรีเทพจะมีอายุใกล้เคียงกัน และที่ศรีเทพนอกจากที่จะพบรูปพระนารายณ์แล้วยังพบรูปพระกฤษณะและพระนารายณ์ด้วย

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมทวารวดีส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าสร้างขึ้นในพุทธศาสนานิกายเถรวาท สถาปัตยกรรมแบบทวาราวดีมักก่ออิฐและใช้สอดิน เช่น วัดพระเมรุและเจดีย์จุลปะโทน จังหวัดนครปฐม บางแห่งมีการใช้ศิลาแลงบ้าง เช่น ก่อสร้างบริเวณฐานสถูป การก่อสร้างเจดีย์ในสมัยทวารวดีพบทั้งเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม เจดีย์ทรงระฆังคว่ำมียอดแหลมอยู่ด้านบน

ศิลปะเมืองเก่าอยุธยา

Art of the Ayutthaya Old City

ในช่วง พ.ศ. 1894 ถึง พ.ศ. 2310 มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจหรือราชธานี ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ จนถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติ ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเคยสามารถขยายอาณาเขตประเทศราชถึงรัฐชานของพม่า อาณาจักรล้านนา มณฑลยูนนาน อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรขอม และคาบสมุทรมลายูในปัจจุบัน จึงทำให้พื้นที่ของอยุธยามีศิลปะที่ผสมผสานจากวัฒนธรรมอื่นๆ มากมาย ที่ยังคงปรากฏให้เราเห็นผ่านโบราณสถานในทุกวันนี้ 

  1. จิตรกรรม

จิตรกรรมยุคอยุธยานั้นจะสะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาเป็นหลัก โดยวาดไว้บนฝาผนังอุโบสถ วิหาร และสมุดภาพ ใช้สีฝุ่นผสมกาว ระบายเรียบ และตัดเส้น ในระยะแรกใช้สีในวรรณะเอกรงค์ ต่อมาเมื่อมีการติดต่อกับต่างประเทศ ทำให้มีสีต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา นิยมเขียนเรื่องอดีตพุทธ พุทธประวัติ ทศชาติชาดก เทพชุมนุมและภาพลวดลายต่าง ๆ มีการปิดทองที่ภาพสำคัญและทำลายดอกไม้ร่วงที่พื้นหลังภาพ ลักษณะโดยรวมของงานจิตรกรรมในสมัยอยุธยาตอนต้นคือ ยังคงใช้สีไม่มากนัก เทคนิคการเขียนสีลงบนรองพื้นสีขาว ระบายพื้นหลังตัวภาพด้วยสีแดง ตัวภาพมีการระบายสีขาว สีเนื้อและปิดทองคำเปลว ตัดเส้นด้วยสีดำหรือสีแดง

  1. สถาปัตยกรรม

นับตั้งแต่พระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรีอยุธยานิยมสร้างปรางค์เป็นหลักประธานของวัด มีพระวิหารอยู่หน้าปรางค์ มีระเบียงคดล้อมรอบปรางค์ สถาปัตยกรรมยุคนี้ไม่มีหน้าต่าง แต่มีช่องลมแบบซี่ลูกกรงที่เรียกว่า เสามะหวด หรือบางแห่งทำแบบสันเหลี่ยมมีอกเลา ทั้งยังมีการนิยมสร้างสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย โดยเฉพาะการสร้างเจดีย์ทรงกลม ที่เรียกว่า ทรงลังกา สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดศิลปกรรมแบบเขมร ศิลปกรรมยุคนี้เริ่มมีหน้าต่างเปิดปิดได้ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีการก่อสร้างซุ้มประตูหน้าต่างโค้งแหลมแบบกอทิก จะเก็นได้ว่ามีความผสมผสายศิลปะที่หลากหลายมากๆ

  1. ประติมากรรม

ศิลปะอยุธยายุคต้นสืบต่อจากศิลปะอู่ทองตอนปลาย รูปประติมากรรมมีทั้งรูปเทพเจ้าและพระพุทธรูป ลักษณะส่วนใหญ่เข้มแข็ง บึกบึน มีลักษณะผสมทั้งลพบุรี อู่ทองและสุโขทัย พระพุทธรูปมีพระวรกายทั้งหนาและบาง มีลักษณะท่าทางขึงขัง บัวรองฐานทำเป็นฐานแอ่นโค้ง พระพุทธรูปยุคกลางได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย มักทำวงพระพักตร์และพระรัศมีตามแบบสุโขทัย พระพุทธรูปยุคปลายมีการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบพระมหากษัตริย์ โดยมีอยู่ 2 แบบคือ พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ และพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย

เราทุกคนก็ทราบกันดีกว่าอาณาจักรอยุธยานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากที่สุด บ้านเมืองยิ่งใหญ่ดังที่ปรากฎผ่านโบราณสถานที่แม้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนก็ยังคงมีเค้าโครงของความยิ่งใหญ่อยู่เสมอ

หัตถกรรมคืออะไร

What is handicraft?

หัตถกรรม (Handicraft) คือ งานช่างที่ทำด้วยมือหรืออุปกรณ์ง่าย ๆ อาศัยทักษะและเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยทั่วไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและศาสนา สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก หรือผลิตด้วยเครื่องจักร ไม่เรียกว่าหัตถกรรม

หัตถกรรมไทย หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ หรือกระบวนการผลิตสิ่งของด้วยมือ ที่ใช้แรงงานฝีมือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต วัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ขึ้นมาเพื่อสนองความจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยอาศัยแรงงานจากมือของตน ดัดแปลงวัตถุดิบที่มีอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อให้มีรูปร่างประโยชน์ใช้สอยได้เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงานหัตถกรรม เมื่อมีการผลิตซ้ำๆ กันมากจนเกิดความชำนาญ และถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง มีการใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นตามความก้าวหน้าของยุคสมัยนั้นๆ มาพัฒนากระบวนการผลิตหัตถกรรมให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลาดจนการปรุงแต่งความงามของศิลปะในงานหัตถกรรมเพื่อสนองความต้องการทางจิต ใจ และคตินิยมความเชื่อ รวมทั้งประโยชน์ใช้สอยให้สอดคล้องกัน งานหัตถกรรมจึงกลายเป็นศูนย์รวมของสหวิทยาการศาสตร์ต่างๆ ที่มีคุณค่าทางศิลปะ วิทยาศาสตร์ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ สืบทอดเป็นมรดกของคนในชาติไทย

คุณค่าของหัตถกรรมไทย

  1. ด้านประโยชน์ใช้สอย

หัตถกรรมไทยนั้นสร้างขึ้นบนพื้นฐานการดำรงชีวิต เพื่อตอบสนองความต้องการของมนาย์ และเพื่ออำนวยความสะดวกสบายทางกายภาพ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิต

  1. ด้านความเชื่อและค่านิยม 

แต่เดิมงานหัตถกรรมนั้นผู้สร้างและผู้ใช้เป็นคนเดียวกัน คือสร้างขึ้นมาเพื้อใช้งานเอง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีค่านิยมและความเชื่ออยู่เสมอ ซึ่งก็มักจะถ่ายทอดสู่งานที่สร้างด้วยความรู้สึกนึกคิด ซึ่งมีแบบแผนของกลุ่มขนบธรรมเนียมเป็นตัวหล่อหล่อม งานหัตถกรร จึงสามารถสะท้อนให้เป็นถึงความเชื่อและค่านิยมได้ 

  1. คุณค่าทางประวัติศาสตร์

งานหัตถกรรมนั้นเป็นชิ้นงานที่มนาย์สร้างขึ้นอย่างมีจุดประสงค์ และสืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และใช้เป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรมทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี

  1. คุณค่าทางด้านความเป็นเอกลักษณ์ของสังคมวัฒนธรรม 

งานศิลหัตถกรรมเกิดขึ้นภายใต้ความแตกต่างทางสภาพแวดล้อม  ฐานทรัพยากร  ประเพณี  คติความเชื่อ  ที่หล่อหลอมเกิดเป็นแบบแผนวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม

  1. คุณค่าทางด้านความงาม 

การสร้างงานศิลปหัตถกรรมย่อมประกอบขึ้นด้วยความต้องการทางประโยชน์ใช้สอย  แต่ผู้สร้างก็ได้พิจารณารูปทรงที่เหมาะสมและความงามที่น่าใช้สอยประกอบไปด้วยโดยได้แสดงออกผ่านทางรูปทรง  โครงสร้าง  ลวดลาย  วัสดุและฝีมืออันวิจิตร ประณีต

  1. คุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ 

ด้วยการผลิตสินค้าและของที่ระลึกจากการท่องเที่ยว  เป็นตัวสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น  จนถึงการสร้างรายได้โดยการส่งออกต่างประเทศ

การเรียนศิลปะจะช่วยฝึกให้เราได้วาดภาพได้ดีขึ้น

การเรียนศิลปะ

ในปัจจุบันนี้เรื่องของการเรียนศิลปะนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของการเรียนศิลปะนั้นก็จัดว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยด้วยอย่างน้อยศิลปะจะช่วยฝึกให้เราได้พัฒนาฝีมือของตนเองให้ยิ่งดีขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการลากเส้น การโยงเส้นนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยและที่สำคัญการเรียนศิลปะจะช่วยทำให้เราได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนที่เก่งอยู่เสมออย่างน้อยเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญกับเราเองอย่างที่สุดดังนั้นยิ่งเราได้พัฒนาตนเองได้มากเท่าไหร่ก็จะช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่มีความรู้มากขึ้นและก็สามารถที่จะนำเอาความรู้ต่างๆนั้นไปใช้งานได้เป็นอย่างดีที่สุดเลย

และในเรื่องของการเรียนศิลปะนั้นเค้าก็จะสอนในเรื่องของเส้นต่างๆนั้นเองเพราะว่าในเรื่องของเส้นนั้นก็จะช่วยทำให้เราได้เป็นคนที่มีความรู้มากขึ้นด้วยเพราะการวาดภาพการลงสี การลงเส้นต่างๆนั้นด้วยน้ำหนักมือหนักเบาก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างที่สุดที่เราเองก็จะต้องอย่าละเลยไปเลยเพราะยิ่งเราไม่ละเลยไปแล้วนั้นก็จะส่งผลที่จะทำให้เรานั้นยิ่งมีความสุขที่สุดด้วย

หลากหลายอย่างในตอนนี้เรื่องของศิลปะนั้นก็จะช่วยทำให้เราได้เพลิดเพลินและมีความสุขได้อย่างมากมายเลย ดังนั้นเรื่องของศิลปะก็จะทำให้เรานั้นเป็นคนที่ยิ่งเติบโตที่มีคุณภาพและสามารถที่จะใช้ฝีมือในการเลือกทำงานได้อย่างมีความสุขด้วย การที่เราเก่งศิลปะนั้นหรืออาจจะไม่ต้องเก่งแต่มีความสามารถในด้านการวาดและลงสีก็สามารถที่จะเอาตัวรอดได้โดยอาจจะทำอาชีพกราฟฟิคได้เลยซึ่งเงินเดือนกราฟฟิคนั้นค่อนข้างสูงแต่ถ้าหากทำได้ก็จะยิ่งส่งผลที่ดีให้กับการเรียนศิลปะด้วย

ทุกๆอย่างในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้และจะละเลยไปไม่ได้และหากเรายิ่งใส่ใจและให้ความสำคัญแล้วนั้นเชื่อว่าจะทำให้เราได้วาดภาพออกมาอย่างมีคุณภาพที่สุดด้วยเพราะในเรื่องของการเรียนศิลปะจะส่งผลที่ดีที่จะช่วยทำให้เรานั้นได้ใช้ความคิดและความสามารถที่ดียิ่งขึ้นด้วย

และที่สำคัญในเรื่องของการเรียนศิลปะนั้นก็จะช่วยส่งเสริมให้เราเป็นคนที่ยิ่งได้ผลิตผลงานออกมาได้โดยที่เราไม่ต้องอายเลยด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆด้วยจึงจะดีที่สุด